Super Admin Course

True Sight Story:จากเด็กไอทีบ้านนอกก้าวมาสู่โคตรคนไอที

Log คือพื้นฐานสำหรับการทำ Cyber Security หากไม่มีข้อมูล ก็ไม่มีทางที่ IT Admin จะสามารถดูแลระบบหรือป้องกันภัยโจมตีทางไซเบอร์ได้ คอร์สนี้จะนำคุณไปยังพื้นฐานของการใช้ Log ในงาน IT Operation และ Cyber Security ซึ่งจะครอบคลุมถึงการทำให้งาน Routineของท่านง่ายขึ้น ลดงาน Operation และยังรวมไปถึงวิธีการรับมือกับ Use Case ต่างๆที่เจอบ่อย คอร์สนี้จึงเปรียบเสมือนคัมภีร์ที่เปลี่ยน IT Admin ธรรมดาให้กลายเป็น Super Admin ได้ทันที

The Genesis : จากเด็กไอทีจบใหม่ต้องมาทำงานเป็น admin ดูแลระบบ

สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวเองซะนิดนึง ผมชื่อ ปอ เรียนจบสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มาทำงานเป็น IT Operation Engineer อยู่ที่บริษัท Ragnar infosec Co,.Ltd ได้เกือบปีแล้วครับ

     ขอย้อนกลับไปเล่าเรื่องสมัยที่ผมยังเรียนมหาลัยอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิด ผมได้ยินเรื่องเล่าจากรุ่นพี่ที่จบก่อนหน้าผมบรรยายถึงบรรยากาศของการเริ่มทำงานในสายงานไอทีว่าไม่ได้สวยหรูเหมือนที่นึกภาพไว้ตอนแรก ส่วนใหญ่งานที่เจอทุกวันคืองานที่ต้องมาตามแก้ไข Use Case ของ Userในองค์กรที่จุกจิก ตั้งแต่เรื่องสากเบือยันเรือรบ ซึ่งบางทีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับด้านไอทีเลยด้วยซ้ำ

   เมื่อตอนที่ผมได้ฟังก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คิดว่าเราเรียนวิชาการมาก็เยอะ ทำโปรเจคมหาลัยมาก็ระดับส่งเข้าประกวศ ตัวผมเองก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนักศึกษาทุนเรียนดีคนนึง (หลงตัวเองนิดนึง *-*)  ไม่น่าที่จะต้องทำงานอะไรที่มันน่าเบื่อและผมไม่ชอบ เมื่อผมเข้าสู่เทอมสุดท้ายของชีวิตในรั้วมหาลัย ผมผ่านทุกหน่วยกิตและโปรเจคทั้งหมดแล้ว ผมไม่อยากอยู่เฉยๆจึงตัดสินใจ ฉายเดี่ยวออกไปฝึกฝนลับวิชา หาประสบการณ์เพิ่มเติมโดยผมได้ยื่นใบสมัครงานไปยังบริษัทขนาดใหญ่ในจังหวัดหลายที่  จนกระทั่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนึงตอบรับในตำแหน่ง IT Admin คืนนั้นผมดีใจมาก นอนไม่หลับเลยทีเดียว คิดในใจว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะแสดงศักยภาพที่เราได้ร่ำเรียนมาตลอด4ปี ให้โลกได้รู้.. (เว่อร์ไปมั้ง) แต่แน่นอนชีวิตจริงไม่เหมือนกับที่ผมคิดไว้

 

An Unexpected Journey : หมดกันความโลกสวย นี้แหละ ชีวิตการทำงานที่แท้จริง

  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แค่หนึ่งเดือนแรกที่ผมเข้ามาทำงาน ผมไม่เคยได้กลับบ้านก่อนสองทุ่มเลยแม้แต่วันเดียว ต้องตรากตรำทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ (เพราะต้องทำ ot บ่อย ๆ จนดูเหมือนเป็นสายงานที่ต้องทำงานไม่เป็นเวลา)  ด้วยความที่บริษัทมีบุคลากรไอทีน้อยและเขาก็รับผมเข้ามาแทนที่คนเก่าที่ลาออกไป เป็นอันว่าผมต้องรับผิดชอบส่วนงานตรงนั้นทั้งหมด ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอย่างไร ไม่มีใครมานั่งสอนงาน เพราะไม่มีใครในบริษัททำเป็นเลย T-T เศร้าแปป

  เป็นอันว่าผมต้องเริ่มจากศูนย์ ศึกษาเอง ทำเอง หรืออาจจะติดลบด้วยเลยซ้ำเมื่อต้องตามมาแก้งานซึ่งที่คนเก่าทำทิ้งไว้ 

   เคสที่ผมเจอประจำวันส่วนใหญ่จะเป็น ปัญหาเรื่อง Server ต่าง ๆ  Internet ในที่ทำงานช้า ปัญหาในการวางระบบจัดเก็บและการที่พนักงานชอบแชร์ไฟล์ข้อมูล Malware และRansomware ที่เป็นอันตรายต่อองค์กร  ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับคนไอทีหน้าใหม่อย่างผมที่ต้องมาจัดการกับปัญหาที่ยุ่งยากเหล่านี้ แล้วไหนจะต้องทำรีพอร์ตส่งหัวหน้าทุกวันอีกด้วย

   นี่ยังไม่รวมที่ยังมีความรู้ไม่มากพอที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านี้อีกนะครับเนี้ยยย ……

ทำให้ผมรู้สึกท้อใจ ไร้ที่พึ่ง หันไปทางไหนก็ไร้ที่ปรึกษา

 

ผมเลยย้อนนึกถึงคำพูดของรุ่นพี่ผม แล้วก็คิดในใจว่า “เออจริงของเค้า” เผลอๆหนักกว่าที่ผมคิดไว้ตอนแรกอีก

 

Metamorphosis : พลิกแนวคิดชีวิตเปลี่ยน

  จนกระทั่งผ่านไปครึ่งปี เพื่อนๆร่วมรุ่นผมเริ่มทยอยจบ ในงานรับปริญญาซึ่งผมเองก็ไม่ได้เจอเพื่อนนานเพราะตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาผมทำงานแทบไม่มีวันหยุดเลย 6วันต่อสัปดาห์ นับๆดูอาทิตย์นึงทำงาน 60กว่าชั่วโมง ผมก็เลยแชร์ประสบการณ์การทำงานจริงที่แรกให้เพื่อนๆฟัง พอได้มาระบายและตั้งสติอีกครั้ง ก็กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “นี้เราจะอยู่ทำงานที่เดิมแบบนี้ไปเรื่อยๆจริงหรือ?  คิดได้ยังงั้นคำพูดอมตะวาจาของ Barack Obama ที่ว่า“Change , We Need. “ก็เข้ามากระแทกหัวผมอย่างจัง ดังนั้นผมจึงตั้งใจกับตัวเองไว้บริษัทใหม่ที่ผมอยากที่จะทำงานนั้นจะต้องทำให้คุณภาพชีวิตผมดีขึ้น และไม่ต้องมาจัดการปัญหาที่มันเดิม ๆ จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นและสามารถพัฒนา skill ของตัวเองได้ตามที่เราปรารถนาไว้ในตอนแรก

    หวังว่าผมจะได้เจอกับองค์กรในฝันที่ตามหา….

    ตอนแรกผมอยากที่จะหางานใกล้ ๆบ้านเพื่อที่จะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและยังไม่ต้องไกลจาก พ่อ – แม่ อีกด้วย แต่ในความเป็นจริงบริษัทแถว ๆ บ้านที่ผมหาอยู่ ดูจากใบรับสมัครงานแล้วมันก็ดูคล้ายๆกับที่เดิมที่เคยทำมา

     ผมจึงตัดสินใจ เอาหวะ ตายเป็นตาย หอบกระเป๋าเป้หนึ่งใบนั่งรถไฟสายใต้เข้าไปหางานทำในกรุงเทพ ฯ  ซึ่งในใจก็รู้สึกกังวลเล็ก ๆ ว่าเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯคนเดียวจะไหวหรือป่าว?? เพราะว่าตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่เคยเข้ากรุงเทพ ฯ เลยสักครั้งเดียว (ผมเป็นเด็กใต้)

The Days on Broadway : เข้ามาทำงานบริษัท Startup เปิดโอกาสให้กับชีวิตผม

  หางานอยู่ได้พักนึง ผมก็ได้งานที่ Ragnar Infosec ขออนุญาติเล่าคร่าว ๆเกี่ยวกับบริษัทหน่อยนะครับ ตอนแรกที่เรียกไปสัมภาษณ์พอรู้ว่าเป็น Start Up ที่ทำเกี่ยวกับ Cyber Security Platform ก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะรู้ว่า Start Up จะมีวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เหมือนกับที่อื่นซึ่งแน่นอนมันต่างจากที่ผมเคยทำมาแน่นอน พี่ที่สัมภาษณ์ผมบรรยายว่าที่นี้ชอบคนจบใหม่ที่มีไฟแรงอย่างเรา ที่นี้ชอบให้เราคิดและริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และพัฒนาความสามารถของตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ผมนั่งนึกในใจก็คิดว่าตรงนี้เป็นจุดที่ตรงกับที่เราต้องการนะ ผมคิดว่าเราเจองานที่ชอบ องค์กรที่ใช่สำหรับเราแล้วหละ 

   ดังนั้นเมื่อเขาตอบรับผมเข้าทำงาน ผมก็ไม่ลังเลทันทีที่จะตอบรับเข้าทำงานเช่นกัน     

   ซึ่งที่นี้ผมได้รับตำแหน่งหน้าที่เป็น Operation Engineer มีหน้าที่ให้บริการกับองค์กรที่เป็นลูกค้าไม่ว่าจะเป็นงาน ขึ้น POC หรือ Production ,ทำ Report ให้กับลูกค้าที่ต้องการหรือเมื่อเกิดปัญหา รวมทั้งเป็น Customer Support ที่คอยเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาด้านการใช้งาน พร้อมทั้งปัญหา Use case ต่าง ๆ ของลูกค้า

   แต่เนื่องจากว่าตนเองยังไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับ Case ที่หลากหลายของลูกค้า หัวหน้าก็เลยช่วยหาคอร์สเรียนที่สามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ซึ่งมีเยอะมาก และยากมากกกกกก ต้องใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน กว่าจะเรียนเสร็จ

หลังจากที่ผมได้เรียนรู้จากคอร์สเรียนที่หัวหน้าจัดหามาให้ + ความรู้จากพี่ ๆ ในบริษัท ในที่สุดผมก็จะได้ออกไปลุยหน้างานจริงสักที

ผมรู้สึกมีความสุขมากครับที่ได้ทำงานที่หลากหลายเจอความท้าทายใหม่ ๆ อยู่ตลอด

ไม่ว่าจะเป็นการพบเจอลูกค้า ขึ้น Production หรือ POC ให้ปรึกษาเกี่ยวกับ Usecase ของลูกค้า

จนได้รับคำชื่นชมจากลูกค้า และเจ้านาย (ไม่ได้โม้!!)

Every Hero Needs a Villain: อุปสรรคการทำงานผลักดันให้ผมเห็นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง

  อุปสรรค ปัญหา และคู่ต่อสู้คือแรงผลักดันชั้นยอด เปรียบได้ดั่งกับยอดมวยต้องเคยขึ้นสังเวียน ยอดขุนพลต้องเคยผ่านสมรภูมิ การที่ผมจะประสบความสำเร็จในสายงานได้ ผมก็คิดว่าตัวผมเองก็ต้องพิสูจน์ตัวเองกับสิ่งเหล่านั้นให้ได้เช่นกัน

  โดยความท้าทายใหม่ที่ผมกำลังประสบพบเจออยู่นั้นก็คือ ลูกค้าที่มีมากขึ้น รวมถึงงานที่ทำอยู่ก็เริ่มมีมากตามลูกค้าที่เพิ่มขึ้นครับ เริ่มมีการทำงานนอกเวลา ไปหาลูกค้าที่ไซต์งานมากขึ้น ให้คำปรึกษากับลูกค้านอกเวลามากขึ้นเพราะบางทีเราก็ต้องตามคอยแก้ไข Case ให้เขา 24*7   จะว่าไปแล้วงานตาม Support ลูกค้าก็เหนื่อยและกินเวลาใช่ย่อยแหะ (ซึ่งผมไม่ยอมให้มันเป็นอย่างงี้ต่อไปอีกแน่ ๆ ครับ)

แต่ที่หนักว่านั้นหน่ะสิครับคือบริษัทผมกำลังจะขยายตลาด ถ้าบ่อยไว้เป็นแบบนี้ผมคงทำงานไม่ทันแน่เลย  โดยบริษัทแพลนที่จะทำ Solution เก็บ Log โดยที่ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ Firewall หรืออุปกรณ์อื่น ๆ (เพราะว่าในประเทศไทยยังมีอีกหลายบริษัทที่ออกอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้ติดตั้ง Firewall นะซิ)

  ผมขออธิบายนิดนึงสำหรับเพื่อนๆที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านไอทีอาจจะงงว่า Log คืออะไร?  ถ้าท่านเคยเห็นข้อมูล Code คอมพิวเตอร์ตัวยาวๆที่อ่านไม่รู้เรื่อง อันนั้นแหละที่ภาษาชาวไอทีเราเรียกว่าLog   ซึ่ง Log มันก็มีหน้าตา ประมาณนี้

  เป็นไงหละครับ ?? งงไหมหละ

  ขนาดผมคนทำงานไอทียังดูยากเลย 55+ (T-T) นี้ขนาดเรียนมาแล้วนะเนี่ย

   แต่ไอเจ้า Log เนี่ยละโคตรมีประโยชน์ต่อคนทำงาน IT มาก มันสามารถระบุถึงทุกกิจกรรมที่ User ทำกับคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นเข้าNetflix ดูหนัง เล่น Facebook, Youtube บลาๆๆ เพราะฉะนั้นท่านไหนที่แอบดูหนังในเวลางานแล้วใช้อินเตอร์เน็ตบริษัท แล้วถ้าเขาเก็บ Log  เขาก็รู้นะเอ้า…

    เพราะฉะนั้นจึงเรียกได้ว่า Log คือพื้นฐานของ Cyber Security เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าไม่มีข้อมูลเราจะวิเคราะห์อะไรหละถูกไหม ?  

    นอกเรื่องไปเสียเยอะเลย …  ทีนี้ผมก็มานึกได้ว่าจริงๆแล้วลูกค้าส่วนใหญ่ที่ผมไปหาก็ทำงานเป็น IT Admin ดูแลระบบเหมือนงานเก่าที่ผมเคยทำเลย  แต่ละคนต้องมานั่งดูแลเรื่อง Operation และการใช้งานอินเตอร์เน็ต ทำReportรายงาน แล้วส่วนใหญ่ก็คล้ายผมเป๊ะอีกข้อตรงที่ว่าทั้งบริษัทมีแผนกไอทีอยู่คนหรืออย่างมากก็สองคน แต่ต้องมานั่งดูแลให้กับทั้งองค์กรซึ่งงานมันจะ load มาก  

   ปกติหน้าที่ของผมอย่างหนึ่งก็คือออกไปให้คำแนะนำและแก้ไข Use Case เรื่องต่างๆที่ลูกค้าเขาแจ้งมา  ซึ่งผมก็ใช้ข้อมูล Log ที่เขาเก็บไว้กับเราเนี่ยหละ ในการหา Root Cause วิเคราะห์ปัญหา แล้วทำ Report ส่งรายงานกลับไป

   เปรียบเสมือนมีองค์มาประทับ ตรัสรู้ ขึ้นเองได้ทันใด !! เอ้ยทำไมเราไม่ทำคลิปวีดีโอที่สอนวิธีการใช้ log ในการแก้ปัญหางานด้าน Operationที่เกิดขึ้นในองค์กรหละ??

The Rise of Super Admin : ถือกำเนิดคอร์สเรียนเพื่อตอบโจทย์ปัญหาคนไอที

  ถ้าเราเผยแพร่ความรู้เรื่องการใช้ Logไปให้คนITทั่วไปก็สามารถใช้LogในงานOperation และแก้ Caseได้ ทีนี้พอเกิดปัญหาเขาก็มีเครื่องมือในการช่วยเหลืองานของเขา ลดภาระและเวลาที่เขาต้องใช้ลงไป แถมตัวเราเอง.. ยังมีเวลาเหลือไปพัฒนาSolutionอื่นของผลิตภัณฑ์และทักษะPrograming ที่เราขาดได้อีก 

   ยิงปืนนัดเดียว นกตายหลายตัวแบบนี้ ผมก็ไม่รอช้าเอาเรื่องนี้ไปปรึกษา CTO บริษัทผมทันที   และเขาก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง ท่าน CTO ตอบรับมาทันควันว่า “ลุยเลยน้อง ทำให้ดี พี่เชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคน”

  ผู้ใหญ่ไฟเขียวแบบนี้ ผมก็ไม่รอช้าเริ่มต้นทันที ตอนแรกความตั้งใจของผมกะทำออกมาในรูปแบบ Solution White Paper ทีนี้ก็มีเพื่อนร่วมงานมาท้วงว่า “แบบนี้มันธรรมดาไป ใครๆเค้าก็ทำกัน ทีมเราก็เคยทำมาตั้งเยอะ คนดูจะรู้สึกว่าเหมือนกำลังโดนขายของ “   

  ได้ไอเดียมาดังนั้นก็เลยตั้งใจแล้วว่า คลิปวีดีโอของผมต้องออกมาในแนวเหมือนเป็นผู้มีประสบการณ์มาสอนมา Coaching ให้ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด  ทำมาให้ดึงดูดน่าสนใจ เข้าใจง่ายที่สุด และแน่นอนที่สำคัญต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

   โดยคอร์สนี้เกิดจากการเรียนรู้และประสบการณ์ที่ได้เจอกับลูกค้าของผมเองล้วนๆและเราอยากจะแชร์ความรู้นี้เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับคนที่ไม่มีพื้นฐานแต่อยากเติบโตหรืออยากเริ่มต้นเรียนรู้งานด้าน Operation หรือ Cyber Security

 ดังนั้นผมเลยดราฟ Course Outline ออกมาได้4บทตามนี้

  บทที่ 1 Regulatory & Compliance

  • พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ คืออะไร ?
  • ทำไมต้องปฎิบัติตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ?
  • วิธีการปฏิบัติตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

  บทที่ 2 Log management

  • Log คืออะไร?
  • ประโยชน์ของ Log
  • หน้าตาของ Log 
  • การเข้าถึง Log
  • การวิเคราะห์ Log 

  บทที่ 3 Log with Operation

  • Operation คืออะไร ?
  • ประโยชน์ของ Operation
  • Use case Server down
  • Use case job hunting

  บทที่ 4 Log with Security

  • Risk Management
  • Security คืออะไร ?
  • ประโยชน์ของ Security
  • Use case DDoS
  • Use case Malware

โดยสิ่งที่จะได้เพิ่มเติมนอกจากคอร์สแล้วยังมี

  • ILog V.2 ซึ่งเป็นหน้า Dashboardที่แสดงผลข้อมูลและการวิเคราะห์ Log โดยท่านจะได้นำ iLog V.2 ไปใช้ประกอบการเรียนในคอร์สนี้

  • หลังจากจบในแต่ละบทจะมีคำถามท้ายบทเพื่อทดสอบความเข้าใจอีกด้วย 

  • และพิเศษกว่านั้น!! เมื่อผ่านแบบทดสอบจากทางคอร์สเราครบทุกบททางเราจะแจกใบ Certificate ผ่านหลักสูตร “ Super Admin Course “ นำไปเพิ่ม Portfolio Profile ให้ท่าน ดูเก๋ๆ ได้อีกด้วย

   ซึ่งในคอร์สที่ผมทำมานั้นจะเริ่มปูตั้งแต่พื้นฐานของการเก็บ log ให้ตรงตามข้อกำหนดกับกฏหมาย พรม.คอม  ต่อมาก็จะบรรยายว่ารูปร่างหน้าของ Raw Log เป็นอย่างไร รวมถึงการอ่าน log และวิเคราะห์ข้อมูล log เบื้องต้น  พอเราสามารถเข้าใจว่า log ใช้ทำอะไรได้แล้ว จะมาเจาะลงเนื้อหาวิธีการเอา log ไปใช้ในงาน IT Operation ทั่วๆไป โดยผมจะลองยกตัวอย่างจาก Use Case ที่คนไอทีทั่วไปต้องเคยประสบพบเจอ  สุดท้ายจะมาบทที่ Advance ขึ้นมาอีกนิดคือการใช้ log ในการจัดการปัญหาด้านIT Security

ผมตั้งเป้าว่าเมื่อเรียนจนจบคอร์สระยะสั้นของผมตามนี้ต้องสามารถที่จะ

  • สามารถวิเคราะห์ข้อมูล Log ของตัวเองได้
  • สามารถนำ Log ไปลดขั้นตอนงาน Operation ของตัวเองได้
  • สามารถที่จะจัดการปัญหาและรับมือด้าน Cyber Security เบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง
  • สามารถทำ Report เก๋ๆ ส่งหัวหน้าได้ ภายในเวลาไม่ถึงนาที
  • หมดปัญหาเรื่อง Root Cause ซ้ำซากในงาน Operation

   สุดท้ายนี้เมื่อท่านเรียนจนจบ ผมรับรองได้อย่างนึงเลยว่าท่านจะได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมงานท่านแน่นอน  เพราะว่าบัดนี้ท่านได้กลายร่างเป็น “Super Admin” เรียบร้อยแล้วครับผม  

   ในเบื้องต้นผมคิดว่าจะแค่ทำแจกให้เฉพาะลูกค้าที่ผมดูแล Caseให้อยู่  แต่ก็กลับมานึกถึงตัวเองสมัยก่อนที่ยังทำงานเป็น IT Admin ถ้ามันมีคอร์สแบบนี้ ผมก็คงไม่ต้องมานั่งงมเองนาน  เพราะฉะนั้นมีของดี มันต้องแจก !


ผมจึงขอคิดราคาคอร์สนี้ในราคา 390 บาท!!!

 แหะ แหะ ผมเองก็อยากจะแจกให้พวกเราชาวไอทีทุกๆท่านแบบฟรีๆ นะครับ อิอิ T-T  แต่ว่าที่ผมตั้งราคานี้ก็เพียงแค่จะเอาไปเป็นค่าใช้จ่ายในการโปรโมทคอร์สและค่าใช้จ่ายในการทำเว็บเท่านั้น

  ผมก็มีเงื่อนไขข้อเดียว สำหรับค่าคอร์สราคา 390 บาทนี้ (รับจำนวน 99 คนเท่านั้น)

  ตอบแบบสอบถามของผมให้ครบถ้วน โดยแบบสอบถามนี้จัดทำขึ้นเพื่องานวิจัยของเราเอง ผมอยากจะรู้ว่า คนที่มาเรียนนั้นเป็นกลุ่มคนประเภทไหน มีความต้องการอย่างไร เราจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำการปรับปรุงคอร์ส หรือผลิตคอนเท้นดี ๆ ต่อไปให้ตรงกลุ่ม และความต้องการให้มากที่สุด และผมรับรองว่าข้อมูลที่ได้กรอกไปนั้นจะเก็บเป็นความลับและใช้ในงานวิจัยของผมเท่านั้น

หมายเหตุ : ราคา 390 นี้ยังไม่รวม Vat 7% (หากรวม Vat แล้ว ราคาจะเป็น 417 บาท) และคอร์สนี้เป็นคอร์สออนไลน์นะครับ

  1. เริ่มจาก ” คลิกที่นี่เพื่อตอบแบบสอบถามและชำระเงิน” 
  2. จากนั้นตอบแบบสอบถามให้ครบ และอ่านรายละเอียดการชำระเงิน 
  3. ชำระเงินค่าคอร์ส ยอดรวม 417 บาท (ราคา 390 + vat 7 % )   รายละเอียดการโอน

    ชื่อบัญชี : บริษัท แร็กนาร์ อินโฟเซ็ค จำกัด

    เลขที่บัญชี : 077-271217-9 ธนาคาร ไทยพาณิชย์

  4. เมื่อเพื่อนๆชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ให้ส่ง slip ใบเสร็จมาทาง email : Sirirat@ragnar.co.th หรือ Line : @ilog
  5. หลังจากนั้น Admin จะทำการตรวจสอบข้อมูลการชำระเงิน 
  6. เพื่อนๆรอรับ Username และ Password ทาง email ภายใน 24 ชม.
  7. เมื่อ login ครั้งแรกแล้ว เพื่อนๆ มีเวลาเรียน 6 เดือน  หากยังไม่พร้อมเรียน อย่า! Login 
  8. หากเรียนแล้วไม่เข้าใจ สามารถถามคำถามไว้ใต้วิดีโอที่เรียนได้เลย เดี๋ยวแอดมินเข้าไปตอบ
"หนทางสู่การเป็น Super Admin อยู่ตรงนี้แล้ว"
Kittinan Chanprecha
Network Operation's Specialist


วิธีการเข้าเรียนและช่องทางการสอบถาม

  1. เพื่อนๆสมาชิกทุกท่านจะได้รับ Username และ Password หลังจากชำระเงินเสร็จสินแล้ว และสามารถเข้าเรียนได้ที่เว็บไซค์ Learning Platform ของทางilog : https://edu.ilog.ai/
  2. เรามีกรุ๊ป Facebook ที่เพื่อนๆสามารถเข้าไปสอบถาม Q&A เชิงเทคนิคด้าน Cyber Security ได้ที่ Fb Page : iLog.AI
  3. Line Official Account : @ilog ที่เพื่อนๆสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24ชม.