ความผิด พร บ คอมพิวเตอร์ 2560 : ต่างจากฉบับเมื่อปี 2550 อย่างไร

  พรบ.คอมพิวเตอร์ 2560 หรือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับแก้ไขล่าสุดคือฉบับที่ 2 (ฉบับที่ 1 บังคับใช้เมื่อปี 2550) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งตัว พรบ.คอมพิวเตอร์ นั้นได้กำหนดความผิดในการกระทำที่มีระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือผู้ที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตจำเป็นที่จะต้องทราบว่าข้อกำหนดนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันการทำ ความผิด พร บ คอมพิวเตอร์ ซึ่งพรบ.คอมพิวเตอร์แก้ไขล่าสุด นี้ได้มีการแก้ไขทั้งหมด 21 มาตรา แต่ในบทความนี้เราจะพูดถึงข้อกำหนดในส่วนของบุคคลทั่วไปควรระวังในการใช้คอมพิวเตอร์ โดยได้มีการเปรียบเทียบก่อนและหลังการแก้ไขว่ามี คดี ผิด พร บ คอมพิวเตอร์ ใดบ้างที่เข้าข่ายการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 

User removing spam in the inbox and checking mails using an e-mail reader, collage and paper cut composition

มาตรา 11
ส่ง e-mail, SMS, ฝากร้านขายของ

แบบเดิม

ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้อื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของข้อมูล อันเป็นการรบกวนการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

  • ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

เพิ่มเติมจากเดิม

ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นมีลักษณะเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ โดยผู้รับไม่สามารถปฎิเสธหรือยกเลิกได้โดยง่าย

โดยที่รัฐมนตรีได้มีการกำหนดรายละเอียดของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น

  • ปรับไม่เกิน200,000บาท⏫

เป็นการหลอกให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเราเป็นบุคคลอีกคนหนึ่ง โดยหลอกให้คู่สนทนาเชื่อว่าตนเองกำลังคุยกับคนที่เราต้องการสนทนาด้วย ยกตัวอย่าง นาย ก ต้องการที่จะล็อกอินเข้าเว็บไซต์ A แต่ว่ามีการหลอกให้นาย ก ล็อกอินเว็บไซต์ B ซึ่งนาย ก เข้าใจว่าตนเองได้ล็อกอินเว็บไซต์ A ตามที่ตนได้ตั้งใจไว้ ซึ่งการปลอมตัวแบบนี้เป็นได้ทั้งพาสซีฟ คือ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อมูล และแบบแอคทีฟ คือการเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูล แต่ส่วนใหญ่เป็นแบบแอ็คทีฟ

การป้องกันภัยคุกคาม คือ การรักษาความถูกต้อง โดยการใช้การตรวจสอบตัวตน (Authentication)

มาตรา 12 ละเมิดวามมั่นคงของประเทศ

แบบเดิม

1.ถ้าทำผิดมาตรา 9 หรือ 10 คือการทำลาย แก้ไข หรือขัดขวางการทำงานของคอมพิวเตอร์จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน

  • จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
  • ทำให้ผู้อื่นตายต้องจำคุก 10-20 ปี

2.ทำให้ระบบหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์เกิดความเสียหาย ซึ่งเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ และความปลอดภัยสาธารณะ

  • จำคุก 3-15 ปี และปรับ 60,000-300,000 บาท 

แก้ไข

1.ถ้าทำผิดตามมาตรา 7 หรือ 10 คือการแฮกเข้าข้อมูล ขัดขวางการทำงานของคอมพิวเตอร์จนทำให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น

  • จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท⏫  
  • ทำให้ผู้อื่นตายโดยไม่ได้มีเจตนาฆ่า ต้องจำคุก 5-20 ปี และปรับ 100,000-400,000 บาท🆕

2.ทำผิดตาม มาตรา 5,6,7,8 หรือ 11 เป็นการทำผิดต่อข้อมูลหรือระบบของคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์สาธารณะ

  • จำคุก 1-7 ปี และปรับ 20,000-140,000 บาท🆕

ถ้าทำผิดตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์

  • จำคุก 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท🆕

ถ้าทำผิดตามมาตรา 9 หรือ 10 คือการทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง ข้อมูลคอมพิวเตอร์

  • จำคุก 3-15 ปี และปรับ 60,000-300,000 บาท🆕

ถ้าทำผิดโดยไม่ได้เจตนาฆ่าแต่ทำให้คนอื่นตาย

  • จำคุก 5-20 ปี และปรับ 100,000-400,000 บาท🆕
Business people sending documents under the table

มาตรา 13 โปรมแกรมเจาะระบบ

แบบเดิม

ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่เป็นเครื่องมือในการทำผิดตามมาตรา 5,6,7,8,9,10,11

  • จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เพิ่มเติมจากเดิม

ถ้าผู้ใช้นำไปทำความผิด มาตรา 12 ผู้จำหน่ายต้องรับผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นด้วยถ้าหากว่าผู้จำหน่ายรู้เห็นด้วย

  • ผู้จำหน่ายต้องจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 🆕

ถ้าผู้จำหน่ายทำผิดทั้งหมดในมาตรา 13 ที่ได้กล่าวมา ผู้จำหน่ายต้องรับโทษสูงสุดแต่กระทงเดียว

มาตรา 14 ปลอมแปลง หลอกลวง

เดิม

ใครทำผิดตามนี้ ต้องจำคุกไม่เกิน 5 ปรับหรือไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  1. การปลอมแปลงข้อมูลที่เป็นเท็จ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
  2. การปลอมแปลงข้อมูลที่เป็นเท็จ เป็นภัยต่อความมั่นคงชาติ และทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  3. การนำเข้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
  4. การนำเข้าสื่อลามกซึ่งประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้
  5. เผยแพร่ ส่งต่อข้อมูลตามข้อ 1,2,3,4

แก้ไข

ใครทำผิดตามนี้ ต้องจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  1. มีการปลอม บิดเบือนข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ที่ไม่ใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท
  2. ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จ น่าจะเกิดความเสียหายต่อ ความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ โครงสร้างสาธารณะ ความปลอดภัยสาธารณะ หรือก่อให้เกิดความตระหนกของประชาชน
  3. ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติหรือการก่อการร้าย
  4. ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะลามกและประชาชนทั่วไปอาจสามารถเข้าถึงได้
  5. เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามข้อ 1,2,3,4 รายบุคคล 

         -จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ🆕

         -สามารถยอมความกันได้🆕   

มาตรา 15 สมรู้ร่วมคิด

แบบเดิม

ผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ของตนเอง ต้องรับโทษเหมือนกับผู้ทำผิดในมาตรา

แก้ไข

ผู้ให้บริการรู้เห็นให้มีการทำผิดตามมาตรา 14 ต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้ทำผิด แต่ถ้าหากผู้ให้บริการระงับการเผยแพร่และนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบ ก็ไม่ต้องรับผิด

Hand Holding Mobile Phone Showing Sending and Downloading Data Screen

มาตรา 16 เผยแพร่ แชร์ภาพ

แบบเดิม

ผู้ที่เผยแพร่ภาพของบุคคลอื่นและภาพนั้นมีการ ตัดต่อ ต่อเติม หรือดัดแปลง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของภาพ

  • จำคุกไม่เกิน 3 ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
  • ถ้าทำโดยสุจริตไม่มีความผิด 
  • สามารถยอมความได้

ถ้าผู้เสียหาตายก่อนร้องทุกข์ ให้ บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรร้องทุกข์แทนได้

แก้ไข

ผู้ที่เผยแพร่ภาพของบุคคลอื่นและภาพนั้นมีการ ตัดต่อ ต่อเติม หรือดัดแปลง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของภาพ และกรณีภาพคนตาย ถ้าทำให้ มารดา บิดา คู่สมรส บุตรของผู้ตายได้รับความเสียหาย ก็รับโทษเช่นเดียวกันคือ 

  • จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท⏫
  • สามารถยอมความกันได้

ถ้าหากผู้เสียหายตายก่อนร้องทุกข์ให้ มารดา บิดา คู่สมรส บุตรของผู้ตายร้องทุกข์แทนได้ แต่ถ้าการกระทำเป็นการติชมในทางที่เป็นธรรม ผู้กระทำไม่มีความผิด

มาตรา 16/1 ความผิดมาตรา 14 หรือ 16 ถ้าคำพิพากษาว่าจำเลยผิด ศาลอาจสั่ง

  • ทำลายข้อมูลดังกล่าว
  • ให้โฆษณาหรือเผยแพร่คำพิพากษา โดยจำเลยเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่าย
  • ดำเนินการตามที่ศาลเห็นสมควร

มาตรา 16/2 หากผู้ใดไม่ทำลายข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ศาลสั่งให้ทำลาย ต้องรับโทษครึ่งหนึ่งที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 14 หรือ 16 แล้วแต่กรณี

  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ความผิด พร บ คอมพิวเตอร์ จะเห็นได้ว่าตัวบทกฏหมายได้มีการแก้ไขให้ครอบคลุม ละเอียด และทันกับยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีนั้นได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมาและโทษของผู้กระทำผิดนั้นสูงขึ้นขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรมีความรู้เรื่องกฏหมายไว้บ้าง เพื่อป้องกันการกระทำที่ผิดต่อ พรบ.คอมพิวเตอร์2560

อัพเดทข่าวสารเรื่องไอทีและกฏหมาย ก่อนใคร !!